ship เสร็จแล้วไง ต่อ
ship แล้วไม่ค่อยมีใครบอกว่าอาทิตย์แรกต้องทำอะไร รวมเจ็ดอันที่ใช้ฟรี ตั้งแต่ไล่หาช่องโหว่ก่อนประกาศ เฝ้าเว็บล่ม ดูคนเข้า ทำหน้า status ไปจนถึงดู SEO
ตอนหัดเขียนโค้ดมีคนสอนเต็มไปหมด
พอ ship ขึ้นจริงแล้วเงียบเลย
ไม่ค่อยมีใครบอกว่าอาทิตย์แรกเราต้องทำอะไรบ้าง
รวมมาเจ็ดอัน เข้าได้ฟรีหมด
ก่อนกดประกาศ
กด deploy แล้วใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าเราทิ้งรูอะไรไว้รึเปล่า
Agentic-Bug-Hunter ลงเป็น slash command ใน claude code หรือ codex ได้
พิมพ์ /hunt มันไล่หาช่องโหว่ใน repo ให้
ที่ชอบคือมันมี /validate คั่นก่อนออก report
ปกติสแกนทีนึงได้มาสี่สิบข้อ จริงอยู่สามข้อ ที่เหลือเรานั่งไล่ผีฟรี
พอโดนสองรอบเราก็เลิกอ่าน แล้วก็กลับไปเหมือนเดิม
ตัวนี้บังคับให้พิสูจน์ก่อนว่าบั๊กมันไปถึงจริง ถึงจะขึ้นมาให้ดู
ใช้กับ repo ตัวเองเท่านั้นนะครับ ยิงของคนอื่นผิดกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องเทคนิค
ส่วนโค้ดที่เรารีบเขียนช่วงใกล้ ship มันรกแน่นอน
gist ของ aarondfrancis เป็น prompt ให้ AI ไล่ดูโครงสร้างทั้ง repo
อ่านอย่างเดียว ไม่แก้อะไรให้ ไล่ทีละส่วน ส่วนละไม่เกินสองข้อ
แล้วต้องบอกให้ได้ว่าแก้แล้วดีขึ้นตรงไหน ไม่ใช่แค่ย้ายความยุ่งไปกองที่อื่น
พอขึ้นจริงแล้ว
เว็บล่มตอนตีสาม เรามารู้เอาตอนลูกค้าทักตอนสาย
uptime-kuma เปิดทิ้งไว้บนเครื่องตัวเอง มันเช็คให้ทุกนาที
ล่มปุ๊บเด้งเตือนปั๊บ
มีคนเข้าจริงมั้ย umami ดูได้โดยไม่ต้องพึ่ง GA
ตั้งง่าย ข้อมูลอยู่กับเรา ไม่ได้ส่งไปไหน
แล้วตอนล่มจริงๆ ลูกค้าควรมีที่ให้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น
openstatus ทำหน้า status ได้ในครึ่งชั่วโมง
คนหาเจอมั้ย
Semrush เดือนละสี่พันกว่าบาท Ahrefs พอๆ กัน
OpenSEO ทำได้ประมาณนั้นในระดับนึง
ใส่เว็บคู่แข่งลงไป มันบอกว่าคีย์เวิร์ดไหนพาคนเข้า หน้าไหนติดอันดับ
ต่อเข้า claude หรือ codex ได้ด้วย ให้ agent ดึงตัวเลขจริงมาดูแทนที่เราจะนั่งเดา
อันสุดท้าย Okara Launch Library รวมคลิป launch ของ software ไว้ 450 อัน เรียงตามยอดวิว
ก่อนจะประกาศของตัวเอง ลองไล่ดูก่อนว่าอันที่คนดูเยอะเขาเปิดตัวกันยังไง
ลิงก์ทั้งหมดอยู่ในคอมเมนต์แรก