ท้ายเส้นทาง
คำถามเดียวกับท้ายโพสต์ รวมไว้ที่เดียว
7 ข้อ ทุกข้อคือสถานการณ์จากโพสต์ในเส้นทางนี้ คุณต้องเลือกว่าจะทำอะไร ตอบผิดได้ แต่อ่านคำอธิบายให้ครบ
ข้อ 1 / 7Claude Code / Claude API ใช้ token เร็วมากกว่าที่หลายคนคิด
Claude Code / Claude API ใช้ token เร็วมากกว่าที่หลายคนคิด
งบ token เริ่มตึง context ยาวขึ้นทุกวัน และคุณมี pipeline ที่รันถี่ทั้งวัน คุณจะลด token ตรงไหน
Caveman ลด token ได้ราว 50–75% ต่อ task แต่ output อ่านยากขึ้น เหลือประมาณ "Tool work. Result. Done. Me stop." มันเหมาะกับ pipeline ที่รันถี่ ไม่เหมาะกับงานที่คนต้องมานั่งอ่านเยอะ
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Terse, filler-free output is for pipeline steps no human reads. Anything a person reads stays in plain full sentences. อ่านโพสต์ ตอนที่ 1 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Terse, filler-free output is for pipeline steps no human reads. Anything a person reads stays in plain full sentences. อ่านโพสต์ ตอนที่ 1 →
ข้อ 2 / 7ผมประหยัด Token ยังไง — คิดกับ GPT สร้างกับ Claude
ผมประหยัด Token ยังไง — คิดกับ GPT สร้างกับ Claude
ต้องเพิ่ม TTS engine ใหม่ (ElevenLabs) เข้า pipeline ที่มีอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่า API เรียกยังไง เสียงกลับมาแบบไหน คุณจะเปิดอะไรก่อน
ตอนคิด คุณลองหลายทางแล้วทิ้งสามรอบแรก token ตอนคิดคือ token ที่อาจจะทิ้ง Claude Code แพง ถ้าใช้ตอนคิดด้วย token จะหมดก่อนถึงตอนสร้าง พอมี spec ชัด งานเดียวกันเสร็จในรอบเดียว ไม่ต้องวนแก้
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: This session builds; it does not explore. Implement against the given spec. If names, payloads or error handling are missing, stop and ask instead of exploring. อ่านโพสต์ ตอนที่ 2 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: This session builds; it does not explore. Implement against the given spec. If names, payloads or error handling are missing, stop and ask instead of exploring. อ่านโพสต์ ตอนที่ 2 →
ข้อ 3 / 7ผมจ่าย Claude Max เดือนละ $200 เลยลองรัน Fable 5 ให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมจ่าย Claude Max เดือนละ $200 เลยลองรัน Fable 5 ให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้
คุณรัน AI coding ทั้งวันหลาย repo แล้วอยากรู้ว่าเงินไปอยู่ตรงไหน ก่อนจะ scale workflow คุณจะดูตัวเลขอะไรก่อน
วันเดียว output ประมาณ 1.65 ล้าน token แต่ cache read 296 ล้าน token อ่านซ้ำมากกว่าเขียนใหม่เกือบ 180 เท่า วันนั้นตีราคา API ได้ราว $230 ถ้าไม่มี cache จะเป็นประมาณ $1,557 งานจริงไม่ได้เผา token ที่ output มันเผาที่การอ่านซ้ำ
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: When asked about cost, split usage into output, cache write and cache read, and report the cache hit rate before comparing models. อ่านโพสต์ ตอนที่ 3 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: When asked about cost, split usage into output, cache write and cache read, and report the cache hit rate before comparing models. อ่านโพสต์ ตอนที่ 3 →
ข้อ 4 / 7prompt เกินแสน token แค่ตัวเดียว ค่าทั้งรอบคูณห้า
prompt เกินแสน token แค่ตัวเดียว ค่าทั้งรอบคูณห้า
Haiku 5.5 ออกมาพร้อมพาดหัวว่าถูกลง 90% คุณกำลังจะย้าย agent ที่รันยาว ๆ ไปใช้ ก่อนย้ายคุณจะทำอะไร
ถูกลง 90% เฉพาะ prompt ไม่เกิน 100,000 token เกินเมื่อไหร่ทุกบรรทัดในใบเสร็จคูณห้า และเส้นนี้นับ cache read กับ cache write ด้วย ของที่ทำไว้เพื่อประหยัดเลยเป็นตัวที่ดันคุณข้ามเส้น agent ที่รันยาวไม่ได้ค่อย ๆ แพงขึ้น มันแพงขึ้นห้าเท่าในรอบเดียว
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: On Haiku 5.5, keep every request's prompt, cache reads and writes included, under 100K tokens. Move long work to a subagent and bring back only its summary. อ่านโพสต์ ตอนที่ 4 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: On Haiku 5.5, keep every request's prompt, cache reads and writes included, under 100K tokens. Move long work to a subagent and bring back only its summary. อ่านโพสต์ ตอนที่ 4 →
ข้อ 5 / 7ตั้งใจใช้ Fable ให้หมดโควต้าทุกสัปดาห์ จนได้ยินเรื่อง Anthropic จะ IPO
ตั้งใจใช้ Fable ให้หมดโควต้าทุกสัปดาห์ จนได้ยินเรื่อง Anthropic จะ IPO
ลุกไปทำอย่างอื่นมานาน กลับมาที่แชทเดิมที่ context โตไปเยอะแล้ว อยากพิมพ์ตอบแค่ห้าคำ คุณจะทำอะไร
cache หมดอายุแล้ว ข้อความถัดไปสั้นแค่ไหนก็ต้องเขียน context ทั้งก้อนกลับเข้า cache ใหม่ที่ราคา 1.25 เท่าของ input ประโยค "that one just go out" ตีราคา list ได้ประมาณ $11.45 สำหรับการเรียกครั้งเดียว ห้าคำกับห้าร้อยคำ ราคาเท่ากัน
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: พักเกินประมาณหนึ่งชั่วโมง อย่ากลับไปพิมพ์ต่อในแชทเดิม /wrap แล้ว /clear อ่านโพสต์ ตอนที่ 5 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: พักเกินประมาณหนึ่งชั่วโมง อย่ากลับไปพิมพ์ต่อในแชทเดิม /wrap แล้ว /clear อ่านโพสต์ ตอนที่ 5 →
ข้อ 6 / 7สมัคร Codex แพลน $100 มา รัน GPT-5.6 Sol Ultra บน fast mode แล้วเผาลิมิตรายสัปดาห์หมดภายใน
สมัคร Codex แพลน $100 มา รัน GPT-5.6 Sol Ultra บน fast mode แล้วเผาลิมิตรายสัปดาห์หมดภายใน
คุณจ่าย Codex แพลน $100 แล้วโมเดลแพงพลาดตั้งแต่รอบแรกแทบทุกงาน มีงาน audit โค้ด งาน content และคลิปวิดีโอรออยู่ คุณจะปล่อยให้มันทำงานไหนเอง
ตอน audit CLI มันแตก subagent ตรวจกันเอง 7 ตัว เพิ่ม test จาก 19 เป็น 48 แล้วจับ path escape กับ symlink escape ที่รอบก่อนปล่อยผ่านได้ ส่วนคลิปรอบแรกออกมาเป็น slideshow ต้อง reject ลิมิต $100 หมดใน 2 วัน ครึ่งนึงหมดไปกับงานที่หวังให้มันเดาถูกเองโดยไม่มีอะไรให้เช็ค
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Expensive runs go to work that can be re-checked: tests or artifacts. With nothing to verify against, stop and ask for references or context instead of guessing. อ่านโพสต์ ตอนที่ 6 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Expensive runs go to work that can be re-checked: tests or artifacts. With nothing to verify against, stop and ask for references or context instead of guessing. อ่านโพสต์ ตอนที่ 6 →
ข้อ 7 / 7$10 ต่อเดือน รัน 17 service
$10 ต่อเดือน รัน 17 service
คุณมี bot, cron และ prototype หลายตัวที่อยากได้ลิงก์ไว้ส่งคนอื่นดู แล้วเห็นคนรัน 17 project บน Railway ด้วยบิล $10 คุณจะเลือก platform ยังไง
บิล $10 ถูกเพราะงานพวกนี้ว่างเป็นส่วนใหญ่ กิน CPU เกือบเป็นศูนย์ วันที่ตัวไหนมีคนใช้จริงจัง บิลขยับตาม CPU กับ RAM ที่กินจริง จาก $10 ไป $40 ก็กลไกเดียวกัน
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Before picking where a service runs, say whether it is idle (bot, cron, prototype) or has real users. Idle goes usage-billed; real traffic gets a fixed-price box. อ่านโพสต์ ตอนที่ 7 →
กฎที่โพสต์นี้ทิ้งไว้ใน CLAUDE.md: Before picking where a service runs, say whether it is idle (bot, cron, prototype) or has real users. Idle goes usage-billed; real traffic gets a fixed-price box. อ่านโพสต์ ตอนที่ 7 →
คะแนนเก็บในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น